ผู้สนับสนุนเว็บ
สนใจลงโฆษณาคลิ๊ก
สนใจลงโฆษณาคลิ๊ก
สนใจลงโฆษณาคลิ๊ก
เลือกบอร์ดอื่นที่ต้องการ : พูดคุยนกค๊อคคาเทล พูดคุยนกหงส์หยก พูดคุยนกเลิฟเบิร์ด
  พูดคุยนกฟินช์ พูดคุยนกอื่นๆ พูดคุยสัตว์เลี้ยงอื่นๆ
  ซื้อ-ขาย อุปกรณ์เลี้ยงนก ซื้อ-ขาย นกค๊อคคาเทล ซื้อ-ขาย นกหงส์หยก
  ซื้อ-ขาย นกเลิฟเบิร์ด ซื้อ-ขาย นกฟินช์ ซื้อ-ขาย นกอื่นๆ
  ซื้อ-ขาย สัตว์เลี้ยงอื่นๆ    

กฏการใช้บอร์ด

  1. ห้ามซื้อ ขายสัตว์ป่าคุ้มครอง และสัตว์สงวน หากพบทางเว็บจะลบโดยไม่แจ้งให้ทราบล่วงหน้า ถ้าฝ่าฝืนอีกทางเวบจะลบยูสเซอร์ของท่านออกทันทีโดยไม่แจ้งให้ทราบล่วงหน้า และไม่คืนค่าบริการ
    คลิ๊กดูรายชื่อสัตว์ป่าคุ้มครอง | ผู้ที่ต้องการขายสัตว์คุ้มครองทางเว็บทำอย่างไรคลิ๊กอ่านรายละเอียด
  2. งดการตั้งกระทู้ ออกความเห็น ทำให้ผู้อื่นได้รับความเสียหาย ถ้าพบทางเว็บจะลบกระทู้โดยไม่แจ้งให้ทราบล่วงหน้า
  3. ห้ามตั้งกระทู้ซื้อขายในบอร์ดพูดคุย
  4. กระทู้ซื้อขายที่มีการปิดการขายไปแล้ว ทางเว็บจะลบกระทู้นั้นออก

กลับหน้าบอร์ดรวม > บอร์ดพูดคุย นกฟินช์

คีรีบูน 101 by Tong Rayong

ตั้งใจจะเขียนเรื่องนี้ เพื่อเผยแพร่ความรู้เรื่องนกคีรีบูนนะครับ เพราะรู้สึกว่าในบ้านเรามีคนเพาะพันธ์ไม่มาก จริงๆแล้วในเมืองไทยมีหลายๆท่านที่มีความรู้แต่ว่าไม่มีโอกาสเอามาเผยแพร่ใน web ผมเองเคยเลี้ยงและศึกษาคีรีบูนมาระยะหนึ่ง ความรู้ส่วนใหญ่ได้มาจาก web และ เพื่อนชาวต่างชาติ สิ่งที่ผมจะเขียนต่อไปนี้บางส่วนอ่านและแปลมา บางส่วนเพิ่มเติมจากประสบการณ์ อาจถูกบ้างผิดบ้าง ตอนผมเริ่มเลี้ยงคีรีบูนครั้งแรกประมาณปี 2005  ผมต้องศึกษาเองเกือบทั้งหมด เพราะในเมืองไทยมีข้อมูลนกชนิดนี้น้อยมาก ตอนนั้นถ้าจะมีก็คงมีแค่ 2~ 3 ท่านที่เพาะพันธ์แบบจริงจัง ถ้าท่านใดเห็นว่าสิ่งที่ผมเขียนอาจไม่ถูกต้องตามที่ท่านรู้กรุณาอ่านแล้วผ่านไปครับ ผมเคยเห็นบางกระทู้จบด้วยการทะเลาะกันครับ เพราะต่างคนต่างสำเร็จด้วยวิธีการต่างกัน การเลี้ยงนกทุกชนิดไม่มีสูตรตายตัว ฝรั่งในเบลเยี่ยมที่เค้าเลี้ยงมาหลายร้อยปีมันยังเถียงกันเลยครับ ว่าทฤษฎีของใครถูกในบางเรื่องเช่น การให้เมล็ดพืชบางชนิดมีผลกระทบกับสีของนกหรือไม่ มันก็เหมือนกับ อยากได้ผลลัพธ์ เท่ากับ 2 บางคนเอา 1+1 บางคน เอา 4-2 ก็ได้ เท่ากัน ต่างกันที่ประสบการณ์ วิธีการ ความเชื่อ และอื่นๆ ไม่มีใครผิดถูก

กระทู้นี้อาจยาวและช้าสักนิดเพราะตั้งใจจะเขียนแบบ reality คือการเตรียมนกผสมพันธ์ช่วงปลายปี ไปจนถึงได้ลูกจนโต พร้อมกับภาพประกอบของจริงซึ่งกว่าจะจบคงต้นปีหน้า 
เพราะผมไม่ค่อยมีเวลาเท่าไหร่ เขียนได้ครั้งละนิดหน่อยๆครับ
 
 
การเลือกซื้อนกคีรีบูน
 
ผมขอข้ามเรื่องประวัติ สายพันธ์ แล้วก็เรื่องทั่วๆไป ที่สามารถหาอ่านได้ทั่วไปนะครับ
 
คีรีบูนมีวงจรชีวิตในแตละปีครับ ตามสภาพอากาศในยุโรป
1.ผสมพันธ์
2.ถ่ายขน
3.ประกวด
4.พักผ่อน
 
ในยุโรปจะเลี้ยงนกเป็นระบบแบบนี้ครับ
 
การเลือกซื้อคีรีบูน ( นกนอก)
จริงๆแล้ว ก็คงไม่ต่างจากการซื้อนกทั่วไป ดูตัวที่ขนสวย เป็นมัน ไม่มีอึติดก้น แต่ที่ผมอยากจะบอกคือเรื่องอายุครับ 
 
ตัวผู้ หาที่อายุประมาณ 2 ปีขึ้นไปจะดีกว่านกอ่อนปีเดียว เพราะจะพร้อมมากกว่า
ตัวเมีย ให้เลือกนกที่อายุน้อยที่สุดเพราะถ้านกอายุมาก 2~ 3 ปี นกอาจจะไข่มาแล้ว หรือเคยมีลูกมาแล้ว ทำให้เหลืออายุการใช้งานไม่นานนัก ปกตินกตัวเมียใช้ทำได้ ไม่เกิน 3 ปี อันนี้หมายถึงเข้าคู่ปีละครั้ง ครั้งละ 2~ 3 ครอก ถ้าปีที่ 4 ~ 5 จะได้ผลน้อยแล้วครับ แล้วนกก็อาจจะตายง่าย นกตัวเมียไข่ 1 ครอก จะเสียมวลในตัวไป 20 % หนึ่งปี 3 ครอก ไหนยังต้องเลี้ยงลูกอีก นกจะโทรมมาก
 
การเลือกตัวผู้เมีย
อันนี้เป็นงานยากอีกงานนึงครับ. วิธีที่ชัวคือตัวผู้ร้อง. ตัวเมียไข่ แต่ตอนไปซื้อมันไม่ร้อง มันไม่ไข่จะทำไงล่ะ.   วิธีที่ใช้ๆกันอยู่คือเป่าก้น ดูว่ามีเดือยแหลมๆ ออกมาหรือเปล่า ถ้ามีตัวผู้ ถ้าไม่มีตัวเมีย
แต่ท่านที่เคยเป่า คงจะเคยเห็นว่าบางครั้งมันดูไม่ขาด เพราะมันก้ำกึ่ง การเป่าก้นบอกได้ระดับนึงครับ แต่ไม่ 100% บางท่านคงเคยเจอมาแล้ว เป่าดูนึกว่าตัวผู้ เลี้ยงได้ไม่นาน ไข่ซะงั้น หรือเป่าดูเรียบๆ นึกว่าตัวเมีย เลี้ยงสักพักร้องกระจาย อีกอย่างตัวเมียบางตัวร้องนะครับ แต่เพลงเค้าจะไม่ยาวเหมือนตัวผู้ 
 
ปีนี้ผมได้นกแดงมา 2ตัว ที่ร้านบอกเหลือแต่ตัวผู้ ตัวเมียโดนสอยไปหมดแล้ว ผมจับดูๆ อ้าวมีเดือยแหลมๆทั้งคู่ เลยเอา มาทั้งสอง แถม red bronz อีกตัวก็บอกเหลือแต่ตัวผู้ สรุปว่าได้ผู้มา 3 ผมเป่าดูก็คิดว่าน่าจะตัวผู้ๆ กลับมาเลี้ยงสักพักนกแดงหนึ่งในนั้นไข่แล้วครับ. ส่วน red bronz ยังลุ้นๆอยู่ เพราะเห็นมันแอบไปกิ๊กกับตัวผู้ข้างๆที่เข้าคู่อยู่
 
การเป่าตูดดูก้นเชื่อถือได้ระดับหนึ่งเท่านั้นครับ ไอ้เดือยแหลมๆ ไม่ได้หมายความว่ามันจะเป็นตัวผู้ทุกตัว หลายๆท่านคงเคยพลาดมาแล้ว รอบนี้ผมก็พลาด แต่กลายเป็นดีไป
เคยไม้ยินบางอ่านพูดว่าตัวผู้สีเข้ม ตัวเมียสีอ่อน แต่จริงๆแล้วคีรีบูนเป็นได้ทั้ง intensive และ non intensive นะครับ สีไม่มีผลกับเพศครับ( ยกเว้น Mosaic )แล้วถ้านกแดงยิ่งยุ่งครับ เพราะสีมันจางได้ ถ้าใช้ดูสี แรกๆตัวผู้ เลี้ยงสักพักกลายเป็นตัวเมีย 55555
 
ยังมีอีกแบบคือดูตำแหน่งตา อันนี้ผมอ่านมา พยายามหาข้อเท็จจริงอยู่ ยังสรุปไม่ได้ 
ดูรปร่างก็มี อย่างเช่น ตัวเมียคอจะคอดยุปลงไปมากกว่า ก็มีหลากหลายครับ ลองสังเกตุจากนกที่ทราบเพศแน่แล้ว เก็บสถิติก็พอจะเป็นแนวทางการเลือกนกได้บ้างครับ 
 
จบ ตอนที่ 1 ครับ
 
 
 
โพสโดย : Tong Rayong  
โพสเมื่อ : 24 กรกฎาคม 2555 20:31:13
IP : 223.204.110.xxx

Reply 1


ตอนต่อไป ตอนที2  การเลือกซื้อนกแบบละเอียด โดยเฉพาะตัวผู้เมีย และที่มาที่ไปของนกนอกที่เข้ามาตอนปลายๆปีถึงต้นปี ทำไมมันมาถึงแล้วชอบไข่ บางทีมาถึง 3 วัน ไข่เลย  ลองติดตามดูครับ เดี๋ยวไปเตรียมภาพปลากรอบก่อน

เชิญแสดงความคิดเห็นตามสะดวกครับ 
โพสโดย : Tong Rayong  
โพสเมื่อ : 24 กรกฎาคม 2555 20:44:18
IP : 223.204.110.xxx

Reply 2

เข้ามาเก็บข้อมูลครับ วันนี้ระหว่างนั่งทำงานก็คิดว่าอยากจะเลี้ยงนกคีรีบูนสักชุด...

ขอบคุณล่วงหน้า สำหรับข้อมูลเลยนะครับ คุณ Tong Rayong
โพสโดย : JK_FINCH  
โพสเมื่อ : 24 กรกฎาคม 2555 22:57:33
IP : 124.122.125.xxx

Reply 3

สวัสดีครับคุณโต้ง เป็นข้อมูลที่ดีมากครับ สำหรับมือใหม่อย่างผม ผมรออ่านอยู่นะครับ ขอบคุณครับ
โพสโดย : WT  
โพสเมื่อ : 25 กรกฎาคม 2555 04:46:30
IP : 27.55.7.xxx

Reply 4


ก่อนที่จะไปเรื่องตัวผู้เมีย ไปดูเรื่องขนๆ ที่ดูเหมือนไม่ค่อยมีอะไรแต่ ค่อนข้างสำคัญสำหรับการเพาะพันธ์คีรีบูนครับ 




การจับคู่นกคีรีบูนเพื่อให้ได้ลูกนกที่มีคุณภาพ มันมีทฤษฏีเรื่องของขนๆมาเกี่ยวข้องด้วย 

ขนของคีรีบูนถูกแบ่งเป็น 3 กลุ่ม  


1. พวก Buff , frosted ,nonintensive หรือเรียกง่ายๆ พวกขนอ่อน ขนฟูละกันครับ
พวกนี้ขนจะมีลักษณอ่อนนุ่ม ลักษณะใบขนจะมีขนาดใหญ่กว่าอีกพวกหนึ่ง. ทำให้นกมองดูตัวใหญ่ ทั้งๆที่จริงแล้วโครงสร้างของนกก็ไม่ได้ใหญ่กว่านกตัวอื่น คนซื้อชอบเพราะว่าเห็นมันตัวใหญ่ ลักษณะเด่นอีกอย่างคือขนตามตัวจะมีสีขาวแซมๆ บนสีพื้น คล้ายเกล็ดน้ำแข็งทำให้ถูกเรียกว่า frosted
และนกจะมีสีไม่เข้มมากนักเช่น เหลืองอ่อนๆ แดงอ่อนๆ เนื่องจากมีสีขาวปนอยู่ในเม็ดสีที่ขน ลองดูตัวอย่างในรูปครับ พวกนี้จะออกแนวตุ๊ยนุ้ยเล็กน้อย เนื่องจากขนที่พองฟู ถ้าใครเคยเป่าก้นนก frost จะรู้ว่ามันงานหนักขนาดไหน 555 เพราะขนมันเยอะและหนามาก  กว่าจะเป่าเจอก้นมัน คนเป่าหน้ามืดก่อนครับ
 
โพสโดย : Tong Rayong  
โพสเมื่อ : 27 กรกฎาคม 2555 17:35:06
IP : 101.109.96.xxx

Reply 5


2. พวก Yellow , None frost, -intensive เรียกง่ายๆว่า ขนเรียบ ขนแข็ง

ใบขนของนกพวกนี้จะมีขนาดเล็กกว่า ข้างบน ทำให้ขนที่อยู่บนตัวนกไม่พองฟูแต่จะแนบแน่นกับตัวนก ขนมีลักษณะแข็งกว่าแบบ frost ทำให้นกที่มีขนแบบนี้ดูตัวเล็ก เพรียว กว่านก แบบ frost  ลักษณะสำคัญของนกขนแบบนี้คือสีที่เข้ม เพราะจะไม่มีสีขาวแซมในเม็ดสี คือ เหลืองเข้ม แดงเข้ม  ซึ่งแน่นอนพวกเราชอบสีเข้มมากกว่า เพราะมันดูสวยกว่า หลายคนเลือกเอาแต่สีเข้ม คือพวก intensive มา ซึ่งถ้าเลี้ยงไว้เล่น ไม่เพาะพันธ์ก็ไม่เป็นไร แต่ถ้าเพาะพันธ์ เลือกเฉพาะ intensive มาไม่ดีแน่ครับ เหตุผลคือ มันจะไม่เหลือให้ผมไปเลือกครับ 55555 ล้อเล่นครับ  เดี๋ยวค่อยต่อว่าทำไมต้องเลือกมาทั้ง 2 แบบ

รูปนี้เป็นการเปรียบเทียบนกให้เห็นชัด รูปซ้ายเป็น non intensive ขวา เป็น intensive. ฝั่งซ้าย จะอ้วนๆอวบ ๆ มีสีขาวๆแซม ในขณะที่ฝั่งขวา สีจะเข้มรูปร่าง จะดูเพรียวกว่า ทั้งนี้เกิดจากลักษณะของขนที่กล่าวมาข้างต้นครับ





โพสโดย : Tong Rayong  
โพสเมื่อ : 27 กรกฎาคม 2555 19:37:53
IP : 223.205.29.xxx

Reply 6


มาดูลักษณะขนครับ หลังจากผมดูรูปนี้ ทำให้ผมถึงบางอ้อทันทีว่าทำไมนก frost หรือ intensive ถึงดูตัวเล็กกว่านก non intensive  ขนจะเรียวและเล็กกว่า เห็นมั๊ยครับ 

นกจะถูกกำหนดมาตังแต่อยู่ในไข่โดยยีนส์ที่ถ่ายทอดมาจากพ่อแม่ครับ. ว่าออกมาขนจะเป็นแบบ  intensive หรือ non intensive
โพสโดย : Tong Rayong  
โพสเมื่อ : 27 กรกฎาคม 2555 19:43:17
IP : 223.205.29.xxx

Reply 7


มาถึงขนแบบสุดท้าย mosaic หรือ โมซาอิก จริงๆต้องออกเสียงว่าโมเสค

ลักษณะขนจะคล้่ายกับ แบบ frost หรือ non intensive คือใบขนใหญ่ ที่ปลายขนจะมีพื้นที่ที่มีมีขาวมากกว่าแบบ frost ครับ

สรุป ในรูปนี้บนสุดคือ ขนแบบ frost หรือ แบบ non intensive สังเกตุว่าปลายขนเม็ดสีหายไปเหลือแต่สีขาวๆ นั่นคือสีขาวที่เราเห็นเป็นเกล็ดบนตัวนก

รูปกลาง ขนแบบ intensive เห็นมั๊ยครับว่ามันเรียวกว่า และไม่มีการหายไปของเม็ดสีที่ปลายขน ตรงกันข้ามสีกกลับเข้มมากขึ้น ที่ปลายขนทำให้นกดูสีเข้ม ไม่ว่าจะเป็นสีไหน

รูปล่าง ขนแบบ โมซาอิก จะมีการหายไปของเม็ดสีมากกว่าแบบfrost นั่นคือมีพื้นที่สีขาวมากว่า แบบ frost นั่นเอง ทำให้นกโมซาอิกเลยมีสีเฉพาะบางจุดบนตัว เช่น หน้า หัวปีก โคนหาง อย่างที่เราเห็นกันครับ โมซาอิกเป็นนกที่เลือกดพศได้โดยดูจากขนครับ

การเลือกนกโดยการดูขนแบบนี้ใช้กับนก พวก liproChrome คือนกที่มีสีเดียวทั้งตัวเช่น เหลือง แดง ส้ม ขาว นะครับ
ส่าวนกอีกพวกที่มีสีลายนกกระจอกหรือที่เรียกว่า เมลานิน ผมไม่ค่อยได้ศึกษาครับ 

จบเรื่องขนครับ

โพสโดย : Tong Rayong  
โพสเมื่อ : 27 กรกฎาคม 2555 20:17:21
IP : 223.205.29.xxx

Reply 8


จบเรื่องขนด้วย รูปโมซาอิก ตัวผู้ และตัวเมียครับ ขวาตัวเมีย  ซ้ายตัวผู้ครับ  ไม่ต้องเป่าตูดกันให้เมื่อยปากครับ 

หวังว่าตอนนี้คงดูออกแล้วนะครับ ว่านกตัวไหนเป็น intensive ตัวไหน non intensive อันนี้เป็นพื้นฐานการเลือกซื้อนกมาผสมพันธ์ครับ 
โพสโดย : Tong Rayong  
โพสเมื่อ : 27 กรกฎาคม 2555 20:25:50
IP : 223.205.29.xxx

Reply 9

ยอดเยี่ยมเลยครับ
โพสโดย : หลิว  
โพสเมื่อ : 28 กรกฎาคม 2555 02:25:40
IP : 125.24.101.xxx

Reply 10


อย่างที่บอกครับ เขีขนแบบ reality คือทำอะไรก็เขียนออกมา. วันนี้เลยมาเรื่องอาหารครับ นกผมทั้งนกที่เกิดที่บ้านผมและนกพ่อแม่พันธ์กำลังอยู่ในโหมดผลัดขน. ซึ่งจำเป็นต้องใช้โปรตีนจำนวนมากในการสร้างขนใหม่ ฉะนั้นอาหารและอาหารเสริมจำเป็นมากเพราะนกจะอยู่ในสภาวะที่เครียดเนื่องจากการถ่ายขน การได้รับโปรตีนไม่เพียงพอต่อการสร้างขนใหม่นกต้องดึงโปรตีนที่จะใช้ในส่วนอื่นๆของร่างกาย มาสร้างขน ผลก็คือร่างกายขาดโปรตีน และร่วงในที่สุด  ส่านนกแดงก็ต้องเสริมอาหารสีเข้าไปครับ เพื่อขนสีแดงๆ ผมใช้อาหารไข่ที่ทำเองมาใช่ในช่วงนี้เพราะอาหารไข่สำเร็จรูป โปรตีนจะไม่สูงมากนัก ใช้ในช่วงนกถ่ายขนเสร็จแล้วจะดีกว่า 
โพสโดย : Tong Rayong  
โพสเมื่อ : 29 กรกฎาคม 2555 12:40:15
IP : 115.67.65.xxx

Reply 11


อีกส่วนนึงที่สำคัญและถือเป็นอาหารหลักคือ เมล็ดพืช ซึ่งมีขายเป็นแบบผสมสำเร็จซึ่งผมไม่ได้ใช้เพราะผมผสมเองตามสัดส่วนตามความต้องการของนกในแต่ละช่วง คือซื้อมาหลายๆอย่างและผสมเข้าไป อย่างเช่นช่วงถ่ายขน ผมจะใช้แบบนี้ครับ 3 อย่างหลัง จะเป็นพวกเมล็ดพืชที่มีน้ำมันสูงและก็โปรตีนสูงด้วย ฉะนั้นนกต้องการพวกนี้สูงมากในช่วงถ่ายขน

ตัวแรก canary seed 50%  ตัวที่สอง niger. 20 %.  ฮวยมั๊ว. 20.  Flex 10 % 

จริงๆ ไอ้ที่เราเรียกกันว่า ข้าวไรน์ นั้นฝรั่งเรียกว่า canary seed  ส่าน line seed หรือข้่าวไรด์  นั้นคือ ตัวเม็ดแบนๆ สีส้ม ๆครับ  canary seeed หรือ ข้าวไรด์ที่เราเรียกกันนนั้น มีโปรตีนไม่สูงมาก ประมาณ 16 % แต่สามอย่างหลังมีมากกว่า 20 %
ผมจะให้สูตรนี้จนกว่านกจะผลัดขนเสร็จ แล้วเปลี่ยนเป็นแบบอื่น ในช่วงพักเตรียมผสมพันธ์
ถ้าใช้แบบผสมเราก็เปลี่ยนไม่ได้ นกก็กินเดิมๆไปตลอดปีอันนี้ไม่ดีแน่สำหรับการผสมพันธ์ใช้ได้ไข่มีเชื้อ ผมเชื่อว่าการทำให้นกคีรีบูนตัวผู้เข้าโหมดผสมพันธ์ต้องมีการจัดการเรื่องอาหารครับ มันจะกระตุ้นธรรมชาติในตัวนก ให้สร้างเชื้อครับ ย้ำอีกรอบครับ คีรีบูนตัวผู้ไม่ได้มีเชื้อตลอดเวลานะครับ ฉะนั้นต้องมีการหลอกล่อกันประมาณ 2 -3 เดือนหลังจากถ่ายขนจบครับ เพื่อให้พร้อมผสมพันธ์ตอนต้นปี อันนี้คงตอบคำถามยอดฮิตสำหรับการเพาะพันธ์คีรีบูน.   ทำไมไข่เยอะแยอะแต่ไม่มีเชื้อสักใบ 

โพสโดย : Tong Rayong  
โพสเมื่อ : 29 กรกฎาคม 2555 13:17:45
IP : 115.67.65.xxx

Reply 12

ขอบคุณมากครับคุณโต้ง ผมรออ่านตต่อนะครับ
โพสโดย : WT  
โพสเมื่อ : 29 กรกฎาคม 2555 23:06:55
IP : 113.53.237.xxx

Reply 13


มาต่อกันเรื่อง ที่มาที่ไปของนกคีรีบูนจากนอกซึ่งส่วนใหญ่จะมาจากยุโรป ไม่เบลเยี่ยม ก็ฮอลแลนด์ หรือไม่ก็เยอรมัน  นกมาจากประเทศไหนดูจากห่วงขาได้ครับ  

ปกติแล้วผู้นำเข้าจะนำนกเข้าช่วงปลายปีจนถึงต้นปี เหตุผลก็คือ ช่วงนี้จะเป็นช่วงนี่นักเพาะพันธ์ในยุโรปเริ่มปล่อยนกที่เพาะพันธ์ตอนต้นปีออกมาขาย นกคีรีบูนในยุโรปนั้นส่วนใหญ่จะเกิดประมาณเดือน มีนา ถึง มิถุนายน ช่วงฤดูใบไม้ผลิของที่นั่น จากนั้นจะผลัดขนลูกนกเมื่อมีอายุ 2 เดือน ผลัดขนอีก 2 เดือน ประมาณเดือนกันยายนนกก็จะผลัดขนเต็ม เลี้ยงไว้อีกประมาณ 2 เดือน คือต้นเดือนตุลาก็ได้เวลาปล่อยออกมาขายให้เราๆครับ นกส่วนใหญ่จะมีห่วงขาระบุ ประเทศ ปีเกิด รหัส ชมรม และ รหัส ของผู้เพาะพันธ์ เนื่องจากในยุโรปมีการประกวด นกที่จะเข้าประกวดต้องมีห่วงขาของชมรมนั้นๆ คงคล้ายๆกับชมรมนกหงษ์หยกบ้านเรานะครับ

นกที่เข้ามาในช่วงหลายปีที่ผ่านมาจะเป็นนกที่เกิดในปีนั้นๆซะส่วนใหญ่ เช่นเข้าปลายปี 2011 นกจะมีห่วงขา ปี 11 ฉะนั้นปลายปีนี้นกที่เข้ามาจะเป็นปี 12 ซึ่งถ้าดูจากปีเกิด นกที่เข้าจะมีอายุอย่างน้อย 8 เดือน ซึ่งถือว่าโตเต็มที่แล้ว ผลัดขนเต็ม ตัวผู้ร้องเพลงยาวๆได้  ตัวเมียก็พร้อมจะทำรัง วางไข่ มีลูกได้  เท่าที่เคยสังเกตุจะมีนกอายุมากปนมาบ้าง เช่น นกปีก่อน หรือ นกอายุ 2 ปี ก็มี เดี๋ยวมาวากันต่อเรื่องการเลือกนก ครับ

โพสโดย : Tong Rayong  
โพสเมื่อ : 4 สิงหาคม 2555 20:19:20
IP : 223.205.158.xxx

Reply 14


มาดูตัวผู้ครับ

เรื่ิองสีสัน สุขภาพคงไม่ต้องพูดถึงนะครับ ทุกท่านคงเลือกกันตามใจชอบ ชอบสีไหนก็เลือกกันครับ พอเลือกสีได้แล้ว ก็จะเกิดปัญหาว่าแล้วจะรู้ได้ไงว่ามันเป็นตัวผู้  วิธีที่ง่ายที่สุดคือ. ตัวผู้มันต้องร้อง ไอ้ตัวไหนร้องเพลงยาวๆ รัวๆ ตัวนั้นตัวผู้แน่ๆ ตัวเมียจะไม่ค่อยร้อง
ถ้าร้องก็สั้นๆ เช่น ปีดๆ ไม่กี่พยางค์ วิธีนี้ง่ายสุด ไม่เหนื่อย และชัวร์ที่สุดครับ แต่ปัญหาคือ ถ้าเราเล็งๆ ตัวนึงไว้ มันเกิดยังไม่ร้อง จะทำยังไง เพราะ นกในร้านขายอยู่กรงๆ เล็กๆรวมๆกัน ปกติมันมักจะไม่ค่อยร้อง ทำให้ยากต่อการเลือก ซึ่งขั้นต่อไปจะต้องลงไม้ลงมือกัน เพื่อเช็คว่าไอ้ตัวที่เราเล็งมันใช่ตัวผู้หรือเปล่า  แน่นอนครับ เราต้องเล่นท่าไม้ตาย นั่นคือ เป่าตูด ครับ วิธีนี้ต้องใช้ประสบการณ์นิดหน่อย ตัวผู้กับตัวเมีย เลือกไม่ยากครับ หลังจากจับนกออกมา จับมันหงายท้อง แหวกขนตรงก้น แล้วเป่าครับ ตัวผู้ตรงก้นจะยื่นออกมาค่อนข้่างชัด บางครั้งจะเห็นได้ชัดเจน ถ้าเป็นตัวเมีย จะค่อนข้างเรียบๆ แบนๆ วิธีนี้เชื่อถือได้น่าจะประมาณ 80 % เพราะบางครั้งตัวผู้บางตัวก้นไม่มีแหลมๆยื่นออกมาก็มี ซึ่งส่วนใหญ่จะอายุน้อย  หรือบางทีตัวเมียก็มียื่นออกมาบ้าง ทำให้สับสนได้ 

ในรูปคือตัวผู้ครับ 

การเลือกตัวผู้มีเทคนิคขั้นสูงอีกนิดนึงครับ อย่างที่ผมเคยบอกคีรีบูนตัวผู้เป็นนกปราบเซียนชนิดหนึ่งเรื่องการไม่ค่อยมีเชื้อ เราต้องเลือกตัวที่น่าจะพร้อมมาเพาะพันธ์มากที่สุด  เดี๋ยวค่อยมาต่อกันครับ
โพสโดย : Tong Rayong  
โพสเมื่อ : 4 สิงหาคม 2555 20:42:05
IP : 223.205.158.xxx

Reply 15


ผมจะเลือกนกตัวผู้แบบนี้ครับ  เลือกนกอายุมากกว่า 1ปีขึ้นไป นั่นหมายความว่าถ้านกเข้าปลายปี 12 ผมจะเลือกปี 11 (ถ้ามี) เพราะนกห่วงปี 11 จะ มีอายุอย่างน้อยก็ปีครึ่ง เหตุผลคือ ถ้าเราเลือกตัวผู้ปี 12 มีโอกาสที่จะได้นกค่อนข้างอ่อนคือ อาจจะแค่ 6 เดือนถ้านกตัวนั้นเกิดตอนปลายฤดูผสมพันธ์ ทำให้มีโอกาศที่ไม่มีเชื้อ หรือเชื้อไม่สมบูรณ์ ตามทฤษฏีบอกว่านกแปดเดือนก็ได้อายุที่ทำได้แล้ว แต่ถ้าจะให้ดีต้อง 1ปีขึ้นไป นกตัวผู้มักมีอายุการใช้งานนานกว่าตัวเมีย เพราะไม่ต้องไข่ ฉะนั้น นกอายุมากกว่า 5 ปี ก็ยังใช้งานได้ ( ผมไม่เคยเลี้ยงนกอายุ5 ปี) เห็นฝรั่งบางคนบอก 7 ปี ก็ยังมีเชื้อได้ คงไม่ต้องกังวลว่า นกอายุมากกว่า 1 ปีจะแก่เกินไป แล้วจะหมดเชื้อก่อน แต่ก็ไม่จำเป็นเสมอไปนะครับ แค่ถ้าอยากได้ความมั่นใจว่านกที่เราจะเอามาเพาะพันธ์ได้อายุแน่ๆก็เลือกนกแก่หน่อยครับ หรือปนๆกันมาก็ได้ นกที่ผมเพาะออกมาได้ 16 ตัวจาก 2 คู่ นี้ก็เกิดจากนก ปี 11 ทั้งหมดครับ แต่ผมเอาแล้วต้องปรับนกเตรียมผสมอีก 2 เดือน เริ่มผสมเดือนมีนา อายุนกก็ยังไม่น่าจะถึงปี แต่ก็ยังมีลูกได้ผลดี เรื่องของการเลือกตัวผู้คงจบแค่นี้ครับ




โพสโดย : Tong Rayong  
โพสเมื่อ : 5 สิงหาคม 2555 08:11:08
IP : 223.205.158.xxx

Reply 16


เป็นความรู้ใหม่จริงๆค่ะกำลังจะเพาะคีรีบูนพอดีเลยขอบคุณนะคะแล้วจะรอติดตามตอนต่อไปค่ะ เพชร
โพสโดย : love-finch  
โพสเมื่อ : 8 สิงหาคม 2555 00:17:18
IP : 124.121.67.xxx

Reply 17


วันนี้ถึงรอบทำอาหารไข่ เลยถ่ายรูปมาลงครับ ราคาถูกเก็บได้นานพอสมควร ถ่ายรูปขั้นตอนไว้แล้วแต่ขอเวลาเรียบเรียงหน่อยครับ
โพสโดย : Tong Rayong  
โพสเมื่อ : 12 สิงหาคม 2555 19:01:14
IP : 49.49.78.xxx

Reply 18


จริงๆแล้วผมชอบใช้ไบโอวิท เพราะหอมดี แต่ว่าด้วยความที่อยู่ต่างจังหวัด หาซื้อยาก ที่มีขายก็ไม่ค่อยดีเท่า ทำเองดีกว่า รูปนี้แอบเทคู่กับไบโอวิทรูปทางขวา ไปโอวิทบอกมีดีที่ probiotic ผมก็ใส่มั่ง 5555 แต่ดูแล้วสีสันยังสู้ไม่ได้เนื่องจากไม่ได้ใส่สีผสมอาหาร. แต่คุณค่าอาหารไม่แพ้แน่ 5555  ใครสนใจรอติดตามวิธีครับ ทำได้ใน 45 นาที กับไข่ครึ่งกิโล ด้วยเครื่องมือพื้นๆในครัวครับ สำหรับคนต่างจังหวัดที่หาซื้ออาหารไข่ยากครับยากครับ

โพสโดย : Tong Rayong  
โพสเมื่อ : 12 สิงหาคม 2555 19:09:08
IP : 49.49.78.xxx

Reply 19


ช่วงนี้มีนกนอกเข้า ฉะนั้นคำถามยอดฮิตของการเลือกคีรีบูน คือตัวไหนตัวผู้ตัวเมีย ต้องบอกว่านกที่เข้ามาช่วงนี้ยังเป็นนกค่อนข้างเด็กนกน่าจะเกิดราวๆเดือน พฤษภา การดูเพศค่อนข้างยากอยู่ ตอนผมไปดูนกเพิ่งเข้ายังปรับตัวไม่ดี นกไม่ร้อง ไม่แสดงอาการ เลยดูยากเข้าไปอีก การเป้าตูดนอกฤดูผสมพันธ์ก็ยากครับ เพราะนกมันจะเหมิอนกันทั้งตัวผู้เมีย  มีพี่ท่านนึงถามว่านกตัวนี้ผู้หรือเมีย ผมว่าตัวเมีย 90 % ลองดู reply ด้านบนที่ผมเปรียบเทียบนก โมซาอิก ไว้ครับ ตัวผู้น่าจะหน้ากากหนาๆกว่านี้  ผมได้ไมาคู่นึงเช่นกัน ส่วนนกแดง รอให้นกปรับตัวอีก 2 อาทิตย์ค่อยไปดูใหม่ ที่นี้จะเลือกง่ายขึ้นครับ ยกเว้นหมดไปซะก่อน 
โพสโดย : Tong Rayong  
โพสเมื่อ : 17 กันยายน 2555 11:30:18
IP : 115.67.129.xxx

Reply 20


มีวิธีเลือกนกอีกวิธินึง อันนี้ไม่ยืนยันความถูกต้อง พอดีไปอ่านเวปฝรั่งเจอมา จำได้ว่า เซียนนกเขาชวาบางท่านเคยใช้วิธีนี้เหมือนกัน ลองจับนกแบบในรูป ถ้านก กดหางลง เป็นตัวผู้
โพสโดย : Tong Rayong  
โพสเมื่อ : 14 พฤศจิกายน 2555 18:23:54
IP : 115.67.163.xxx

Reply 21


ยกหาง แบบนี้เป็นตัวเมีย  ผมลองทำตามกับนกที่รู้เพศแน่นอนแล้ว แต่ดูเหมือนว่าจะไม่ค่อยได้ผล นกตัวเดียวกันมันทั้งยกหาง กดหาง  ยังไงก็ลองไปใช้กันดูนะครับ
โพสโดย : Tong Rayong  
โพสเมื่อ : 14 พฤศจิกายน 2555 18:26:08
IP : 115.67.163.xxx



Username หรือ E-mail
Password
    
แจ้งชำระค่าบริการ  l สมัครสมาชิก l  ลืมรหัสผ่าน

    Webmaster Talk

มีคำถาม ปัญหา ข้อแนะนำ ติดต่อได้ที่เมล์ admin@birdslover.com

รับสั่งทำกรงนก
vetafarm


 
 
Share |
allmassgroup : web-thai : wewebplus